ระบบตรวจวัดมลพิษแบบต่อเนื่อง CEM

ระบบตรวจวัดมลพิษแบบต่อเนื่อง CEM

ประโยชน์สำคัญ

กฎหมายและข้อกำหนด

เทคโนโลยี

พร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
พูดคุยกับทีมของเราเพื่อออกแบบระบบและบริการที่เหมาะกับความต้องการของคุณ
ติดต่อเรา

ออกแบบ ติดตั้ง ทวนสอบ และดูแลระบบตรวจวัดมลพิษจากปล่องแบบต่อเนื่องตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2565 พร้อมการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม แผนประกันคุณภาพตามมาตรฐาน US EPA และแดชบอร์ดแจ้งเตือนล่วงหน้าที่ทำให้โรงงานเห็นแนวโน้มก่อนค่าจะถึงเกณฑ์

ข้อมูลปล่องของโรงงานถูกส่งถึงราชการทุกชั่วโมง โรงงานจึงต้องเห็นก่อนใคร

นับตั้งแต่ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ ค่ามลพิษจากปล่องของโรงงานขนาดใหญ่ 13 ประเภทกว่า 600 แห่งทั่วประเทศไม่ได้อยู่ในแฟ้มรายงานประจำปีอีกต่อไป แต่ถูกส่งเข้าระบบของกรมโรงงานอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์ และเปิดให้ประชาชนดูได้ผ่านแอปพลิเคชัน POMS ทันทีที่ค่าพุ่ง เจ้าหน้าที่และชุมชนเห็นพร้อมกับโรงงาน หรือบางครั้งเห็นก่อน

ปัญหาที่ RE-VEAL พบบ่อยที่สุดไม่ใช่โรงงานปล่อยเกินค่ามาตรฐาน แต่คือโรงงานที่ติดตั้ง CEMS แล้ว "ผ่านการติดตั้ง" แต่ไม่ "ผ่านการตรวจ" ข้อมูลหายเป็นช่วง ค่าเพี้ยนเพราะสายเก็บตัวอย่างอุดตัน ไม่มีบันทึกการสอบเทียบ หรือแปลงค่าเป็นสภาวะมาตรฐานผิด ผลคือค่าที่ถึงมือราชการดูเหมือนเกิน ทั้งที่กระบวนการผลิตปกติดี และโรงงานไม่มีข้อมูลฝั่งตัวเองไปแย้ง

บริการของเราจึงไม่ใช่การขายเครื่องวิเคราะห์ แต่เป็นการออกแบบ ติดตั้ง ทวนสอบ และดูแลระบบตรวจวัดมลพิษแบบต่อเนื่องให้ข้อมูลที่ส่งออกไปเชื่อถือได้ พร้อมแดชบอร์ดและการแจ้งเตือนที่ทำให้โรงงานเห็นแนวโน้มก่อนที่ค่าจะแตะเกณฑ์

คำถามที่ระบบนี้ตอบให้เป็นข้อมูลได้

  • ค่าฝุ่นหรือก๊าซที่ปล่องกำลังไต่ขึ้นหาเกณฑ์ตั้งแต่ชั่วโมงไหน และตรงกับการเปลี่ยนเชื้อเพลิงหรือโหลดการผลิตช่วงใด
  • ค่าที่ดูเหมือนเกินเมื่อคืน มาจากการระบายจริง หรือมาจากช่วงสอบเทียบ ช่วงบำรุงรักษา หรือช่วงเดินเครื่องขึ้นระบบ ที่กฎหมายให้แยกออกได้
  • ในเดือนนี้ระบบส่งข้อมูลถึงกรมโรงงานได้ครบตามสัดส่วนชั่วโมงเดินเครื่องที่กำหนดหรือไม่ และช่วงที่หายไปเกิดจากอะไร
  • ระบบบำบัดอากาศที่ลงทุนไป ลดค่าที่ปล่องได้จริงเท่าไร เมื่อเทียบก่อนและหลังเป็นตัวเลข
  • ถ้าถูกขอให้ชี้แจง มีบันทึกการทวนสอบและสอบเทียบครบตามรอบพร้อมยื่นหรือไม่

ใครต้องติดตั้ง และต้องวัดอะไร

ประกาศ พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2566 โรงงานที่ขออนุญาตใหม่หรือขยายต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จก่อนเริ่มประกอบกิจการ ส่วนโรงงานเดิมต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 ต่อมาประกาศฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567 เปิดให้โรงงานที่ดำเนินการไม่ทันขอกำหนดระยะเวลาใหม่ได้ แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยกเว้นหน่วยผลิตและขนาดในลำดับที่ 6 ของบัญชีท้ายประกาศที่ขยายได้ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2570 นั่นหมายความว่าในปัจจุบันกำหนดเวลาผ่อนผันหลักหมดลงแล้ว โรงงานที่เข้าข่ายแต่ยังไม่มีระบบอยู่ในสถานะไม่ปฏิบัติตามประกาศ พารามิเตอร์ที่ต้องวัดขึ้นกับประเภทโรงงาน ได้แก่ ค่าความทึบแสง ฝุ่นละออง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน คาร์บอนมอนอกไซด์ ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไฮโดรเจนคลอไรด์ และปรอท ร่วมกับค่าออกซิเจน อุณหภูมิ และอัตราการไหลของก๊าซที่ใช้แปลงค่าเป็นสภาวะมาตรฐาน

ประเภทโรงงานที่เข้าข่ายเกณฑ์ขนาดพารามิเตอร์หลักที่มักต้องวัด
โรงไฟฟ้ากำลังการผลิตตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ความทึบแสงหรือฝุ่น, SO₂, NOx, CO, O₂
หม้อน้ำ (Boiler)กำลังผลิตไอน้ำตั้งแต่ 30 ตันต่อชั่วโมงความทึบแสงหรือฝุ่น, SO₂, NOx, O₂
หน่วยผลิตที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงตั้งแต่ 100 ล้านบีทียูต่อชั่วโมงความทึบแสงหรือฝุ่น, SO₂, NOx, O₂
โรงเหล็ก โรงหลอมโลหะตามประเภทและกำลังการผลิตในประกาศฝุ่น, SO₂, NOx, CO
โรงกลั่นน้ำมัน โรงปิโตรเคมีตามประเภทในประกาศฝุ่น, SO₂, NOx, CO, H₂S ตามหน่วยผลิต
โรงปูนซีเมนต์ตามประเภทในประกาศฝุ่น, SO₂, NOx, CO, O₂
โรงกระดาษและเยื่อกระดาษตามประเภทในประกาศฝุ่น, SO₂, NOx, H₂S
โรงผลิตกรด โรงผลิตแก้วตามประเภทในประกาศฝุ่น, SO₂, NOx และค่าเฉพาะกระบวนการ
เตาเผาขยะและเตาเผาของเสียตามประเภทในประกาศฝุ่น, SO₂, NOx, CO, HCl, ปรอท, O₂
โรงงานที่รายงาน EIA กำหนดให้ติดตั้งตามมาตรการในรายงานตามที่มาตรการกำหนด

ตารางนี้สรุปเพื่อให้เห็นภาพ ประเภทและเกณฑ์ขนาดที่ผูกพันตามกฎหมายต้องยึดตามบัญชีท้ายประกาศและเงื่อนไขในใบอนุญาตของแต่ละโรงงาน ซึ่ง RE-VEAL ตรวจสอบให้เป็นขั้นตอนแรกก่อนออกแบบระบบ

รายการที่ไม่ต้องติด CEMS ก็ยังต้องรายงานผ่าน POMS

ประกาศฉบับที่ 2 พ.ศ. 2567 แก้ไขข้อ 12 ของประกาศ พ.ศ. 2565 ให้โรงงานตามข้อ 4 (1) (2) และข้อ 11 (3) ต้องตรวจวัดมลพิษในรายการที่ประกาศไม่ได้บังคับให้ติดตั้งเครื่องมือพิเศษ แล้วรายงานค่าต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมผ่านระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยมลพิษระยะไกล (Pollution Online Monitoring System: POMS) ทุก 3 เดือน โรงงานจึงต้องวางแผนการตรวจวัดตามรอบสำหรับพารามิเตอร์ที่เหลือควบคู่กับ CEMS ไม่ใช่ติดตั้งเครื่องแล้วถือว่าจบ

โรงงานในกรุงเทพมหานคร: ประกาศ พ.ศ. 2569 ขยายข้อบังคับลงถึงหม้อน้ำและเตาหลอมทุกขนาด

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานในท้องที่กรุงเทพมหานครต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2569 ประกาศ ณ วันที่ 29 มกราคม 2569 และลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ออกมาเพื่อรับมือฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมของทุกปี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ โรงงานที่ได้รับใบอนุญาตอยู่ก่อนแล้วต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 กระทรวงอุตสาหกรรมประเมินว่ามีโรงงานเข้าข่ายราว 156 แห่ง จากเดิมที่ประกาศ พ.ศ. 2565 ครอบคลุมโรงงานในกรุงเทพมหานครเพียงไม่กี่แห่ง

ประกาศฉบับนี้ไม่ใช้กับโรงงานที่อยู่ภายใต้ประกาศ พ.ศ. 2565 อยู่แล้ว โรงงานในลำดับที่ 1 ถึง 3 ของบัญชีที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซ และหม้อน้ำที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ส่วนการติดตั้ง การทวนสอบหรือสอบเทียบ และการรายงานผล ให้นำข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 13 ข้อ 14 และข้อ 15 ของประกาศ พ.ศ. 2565 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรฐานทางเทคนิคจึงเป็นชุดเดียวกัน

ลำดับประเภทโรงงานและหน่วยการผลิตที่ต้องติดตั้งค่ามลพิษที่ต้องตรวจวัด
1โรงงานลำดับที่ 88 (2) หน่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังความร้อนความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
2โรงงานทุกลำดับ หม้อน้ำที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
3โรงงานทุกลำดับ หน่วยผลิตที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
4โรงงานลำดับที่ 57 หน่วยผลิตซีเมนต์ ส่วนหม้อเผา (Kiln) และ Clinker coolerหม้อเผา: ความทึบแสงหรือฝุ่น, SO₂, NOx · Clinker cooler: ความทึบแสงหรือฝุ่น
5โรงงานลำดับที่ 38 หน่วยผลิตเยื่อกระดาษ ส่วน Recovery Furnace และ Lime kilnความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
6โรงงานลำดับที่ 59 หน่วยถลุง หลอม หล่อ รีด ดึง หรือผลิตเหล็กและเหล็กกล้าขั้นต้น ส่วนเตาถลุง เตาหลอม และกระบวนการ Preheatความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
7โรงงานลำดับที่ 60 และ 106 หน่วยถลุงหรือหลอมโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ส่วนเตาถลุงและเตาหลอมความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
8โรงงานลำดับที่ 60 หรือ 106 หน่วยหลอมตะกั่ว ส่วนเตาหลอมความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
9โรงงานลำดับที่ 101 เตาเผามูลฝอยชุมชน และเตาเผาขยะติดเชื้อความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx
10โรงงานลำดับที่ 42 และโรงงานอื่นที่มีหน่วยผลิตกรดกำมะถัน ยกเว้นการแบ่งบรรจุSO₂
11โรงงานลำดับที่ 54 หน่วยผลิตแก้ว เส้นใยแก้ว หรือผลิตภัณฑ์แก้ว ส่วนเตาหลอมที่ใช้ความร้อนความทึบแสงหรือฝุ่นละออง, SO₂, NOx

ในเวลาใกล้เคียงกัน กระทรวงอุตสาหกรรมแถลงร่วมกับกรุงเทพมหานครว่าจะบังคับใช้ค่าฝุ่นละอองจากปล่องที่เข้มกว่าพื้นที่อื่นสำหรับโรงงานในกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 คือไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับเชื้อเพลิงก๊าซ และไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับเชื้อเพลิงแข็งและเหลว ค่าที่ CEMS รายงานของโรงงานในกรุงเทพมหานครจึงต้องเทียบกับเกณฑ์ชุดนี้ ไม่ใช่ค่าทั่วไปตามประกาศ พ.ศ. 2549

ค่าที่ผลตรวจวัดต้องเทียบ

ค่าปล่อยทิ้งจากปล่องของโรงงานทั่วไปยึดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549 ซึ่งกำหนดค่าตามชนิดของกระบวนการและเชื้อเพลิง โรงงานบางประเภท เช่น โรงไฟฟ้า โรงกลั่น เตาเผามูลฝอย และโรงงานปูนซีเมนต์ มีประกาศเฉพาะที่เข้มกว่า ค่าที่ยกมาด้านล่างเป็นค่าทั่วไปของประกาศ พ.ศ. 2549 เพื่อให้เห็นลำดับขนาดของตัวเลข

สารมลพิษค่าทั่วไปสำหรับโรงงานที่ไม่มีประกาศเฉพาะหมายเหตุ
ฝุ่นละออง (TSP)ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรกระบวนการเผาไหม้กำหนดแยกตามเชื้อเพลิง น้ำมันเตา ถ่านหิน ชีวมวล ค่าต่ำกว่านี้
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂)ไม่เกิน 500 ส่วนในล้านส่วนกระบวนการเผาไหม้กำหนดแยกตามเชื้อเพลิง
ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx as NO₂)ไม่เกิน 200 ส่วนในล้านส่วนถ่านหินและบางกระบวนการมีค่าเฉพาะ
คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)ไม่เกิน 690 ส่วนในล้านส่วน—
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S)ไม่เกิน 100 ส่วนในล้านส่วน—
ไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl)ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเตาเผาของเสียมีประกาศเฉพาะ

ทุกค่าในประกาศกำหนดที่สภาวะมาตรฐาน คือ อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท ฐานแห้ง และสำหรับกระบวนการเผาไหม้ต้องปรับที่อากาศส่วนเกินร้อยละ 50 หรือออกซิเจนร้อยละ 7 ค่าดิบจากเครื่องวิเคราะห์จึงยังเทียบกับเกณฑ์ไม่ได้ จนกว่าจะผ่านการแปลงที่ถูกต้อง

CEMS ที่ "ติดตั้งแล้ว" กับ CEMS ที่ "ตรวจสอบได้" ต่างกันตรงไหน

ประกาศ พ.ศ. 2565 กำหนดให้ทวนสอบและสอบเทียบระบบ CEMS ด้วยวิธีการตามมาตรฐานขององค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายถึงชุดข้อกำหนดใน 40 CFR Part 60 ภาคผนวก B สำหรับการรับรองระบบตอนติดตั้ง และภาคผนวก F สำหรับการประกันคุณภาพระหว่างใช้งาน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เริ่มศึกษาวิธีทวนสอบทางเลือกเพื่อลดภาระผู้ประกอบการตั้งแต่ปี 2567 แต่จนกว่าจะมีประกาศรองรับ ข้อกำหนดชุดนี้ยังเป็นสิ่งที่ผู้ตรวจใช้ยึด

การทดสอบทำเมื่อใดสาระสำคัญ
Calibration Drift 7 วันตอนรับรองระบบหลังติดตั้งป้อนก๊าซศูนย์และก๊าซช่วงวัดทุกวันติดต่อกัน 7 วัน ค่าเลื่อนต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ข้อกำหนดของแต่ละพารามิเตอร์ระบุ
Relative Accuracy Test Audit (RATA)ตอนรับรองระบบ และซ้ำอย่างน้อยปีละครั้งเทียบค่าจาก CEMS กับการตรวจวัดด้วยวิธีอ้างอิงที่ปล่องพร้อมกันอย่างน้อย 9 รอบ โดยหน่วยตรวจวัดภายนอกที่ขึ้นทะเบียน
Cylinder Gas Audit (CGA)รายไตรมาส ในไตรมาสที่ไม่ได้ทำ RATAป้อนก๊าซมาตรฐานรับรองสองระดับความเข้มข้น ตรวจความถูกต้องของเครื่องวิเคราะห์
ตรวจค่าศูนย์และค่าช่วงวัดรายวันทุกวันที่เดินเครื่องระบบทำอัตโนมัติ บันทึกผลไว้ ถ้าเกินเกณฑ์ที่กำหนดถือว่าระบบอยู่นอกการควบคุมและข้อมูลช่วงนั้นใช้ไม่ได้

โรงงานจำนวนไม่น้อยผ่านการทดสอบตอนติดตั้ง แล้วไม่มีบันทึกอะไรอีกเลยหลังจากนั้น เมื่อค่าที่ส่งราชการถูกตั้งคำถาม ก็ไม่มีหลักฐานว่าเครื่องอ่านค่าถูกต้องในวันนั้น RE-VEAL ออกแบบรอบทวนสอบทั้งหมดนี้ไว้ในสัญญาบริการ พร้อมแฟ้มบันทึกที่ยกไปยื่นได้ทันที

องค์ประกอบของระบบที่ติดตั้ง

  • เครื่องวิเคราะห์ก๊าซ — เลือกระหว่างระบบดูดตัวอย่าง (extractive) ที่นำก๊าซผ่านชุดปรับสภาพก่อนวิเคราะห์ กับระบบวัดในปล่องโดยตรง (in-situ) ตามลักษณะปล่อง ความชื้น อุณหภูมิ และพารามิเตอร์ที่ต้องวัด เครื่องต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล เช่น US EPA, TÜV หรือ MCERTS
  • เครื่องวัดฝุ่นหรือค่าความทึบแสง — เลือกหลักการวัดให้เหมาะกับปล่อง ปล่องหลังระบบสครับเบอร์ที่ก๊าซอิ่มตัวด้วยไอน้ำใช้เครื่องวัดความทึบแสงแบบธรรมดาไม่ได้ ต้องใช้เครื่องวัดฝุ่นที่ออกแบบสำหรับปล่องเปียก
  • เครื่องวัดออกซิเจน อุณหภูมิ และอัตราการไหล — ใช้แปลงค่าเป็นสภาวะมาตรฐานและคำนวณอัตราการระบายเป็นมวลต่อเวลา ซึ่งบางใบอนุญาตกำหนดไว้
  • ชุดเก็บและปรับสภาพตัวอย่าง — หัวเก็บตัวอย่างพร้อมตัวกรอง สายให้ความร้อนกันการควบแน่น ชุดทำความเย็นแยกน้ำ และปั๊ม จุดที่ CEMS ส่วนใหญ่ล้มเหลวอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่เครื่องวิเคราะห์
  • ระบบเก็บและประมวลผลข้อมูล (DAHS) — คำนวณค่าเฉลี่ย แปลงสภาวะมาตรฐาน ติดแท็กช่วงสอบเทียบและช่วงบำรุงรักษาแยกจากช่วงเดินเครื่องปกติ และนับความสมบูรณ์ของข้อมูลอัตโนมัติ
  • การเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม — ตามรูปแบบและความถี่ที่กรมกำหนด พร้อมระบบสำรองข้อมูลเมื่อการเชื่อมต่อขาด แล้วส่งย้อนหลังเมื่อกลับมา
  • แดชบอร์ดและการแจ้งเตือนของโรงงาน — แสดงค่าปัจจุบัน แนวโน้มรายชั่วโมงและรายวัน สถานะการส่งข้อมูล และแจ้งเตือนหลายระดับก่อนถึงเกณฑ์ ผ่านหน้าจอ อีเมล และ LINE
  • ระบบไฟสำรองและตู้ควบคุมสภาพแวดล้อม — เครื่องวิเคราะห์ในตู้ที่อุณหภูมิเกิน 40 องศาให้ค่าเพี้ยนและอายุสั้น ตู้ต้องออกแบบสำหรับอากาศไทย

ทำไมโรงงานต้องมีแดชบอร์ดและการแจ้งเตือนของตัวเอง ทั้งที่ข้อมูลส่งราชการอยู่แล้ว

ระบบของกรมโรงงานออกแบบมาเพื่อกำกับดูแล ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยโรงงานเดินเครื่อง มันบอกว่าค่าเกินแล้ว ไม่ได้บอกว่าอีกสองชั่วโมงจะเกิน และไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร

แดชบอร์ดของ RE-VEAL ตั้งระดับเตือนล่วงหน้าไว้ที่สัดส่วนของเกณฑ์ เช่น ร้อยละ 70 และ 85 ผูกกับข้อมูลการผลิตที่โรงงานเลือกเชื่อมเข้ามา เช่น โหลดหม้อน้ำหรือชนิดเชื้อเพลิง ทีมเดินเครื่องจึงเห็นว่าค่ากำลังไต่ขึ้นเพราะอะไร และมีเวลาปรับก่อนที่ค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงจะถึงเกณฑ์ ระบบยังนับความสมบูรณ์ของข้อมูลแบบสะสมรายวันและรายเดือน เพื่อให้รู้ล่วงหน้าว่าเดือนนี้จะส่งข้อมูลได้ครบสัดส่วนชั่วโมงเดินเครื่องที่กรมกำหนดหรือไม่ ไม่ใช่มารู้ตอนสิ้นเดือน

ที่สำคัญคือทุกช่วงที่ค่าสูงจะมีบริบทติดอยู่ด้วยเสมอ ว่าเป็นช่วงสอบเทียบ ช่วงบำรุงรักษา ช่วงเดินเครื่องขึ้นหรือหยุดระบบ หรือช่วงเดินเครื่องปกติ นี่คือความแตกต่างระหว่างการถูกสั่งการ กับการชี้แจงได้ด้วยข้อมูล

CEMS กับการตรวจวัดกลิ่น เป็นคนละข้อกำหนดที่ต้องออกแบบจุดชักตัวอย่างร่วมกัน

CEMS วัดพารามิเตอร์ที่มีค่ามาตรฐานเป็นตัวเลข ส่วนค่าความเข้มกลิ่นตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2568 ยังต้องตรวจวัดด้วยวิธีวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม โรงงานที่มี CEMS จึงไม่ได้แปลว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องกลิ่นครบถ้วน แต่ข้อมูลจาก CEMS ช่วยงานกลิ่นได้จริงในสามจุด คือบันทึกการเดินเครื่องต่อเนื่องใช้ตอบว่าระบบบำบัดทำงานปกติหรือไม่ในช่วงที่ชุมชนแจ้งว่าได้กลิ่น ค่าผิดปกติของ CEMS มักเกิดพร้อมเหตุการณ์กลิ่นเพราะมีต้นเหตุร่วมกัน และข้อมูลอัตราการไหล อุณหภูมิ และความชื้นในปล่องเป็นข้อมูลที่ต้องมีอยู่แล้วก่อนเก็บตัวอย่างกลิ่นที่ปล่องและก่อนป้อนแบบจำลองการฟุ้งกระจาย เมื่อถูกร้องเรียน เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขจะรวบรวมข้อมูลแหล่งกำเนิดตามแบบ ก.3 ของกรมอนามัย โรงงานที่มีบันทึกต่อเนื่องอยู่ในมือจึงตอบได้ในครั้งเดียว

เอกสารของกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดเงื่อนไขทางกายภาพของจุดชักตัวอย่างกลิ่นที่ปล่องไว้ชัดเจน ซึ่งควรออกแบบไว้พร้อมกันตั้งแต่ตอนติดตั้ง CEMS เพราะการมาเจาะปล่องและสร้างชานพักเพิ่มภายหลังมีต้นทุนสูงกว่ามาก

รายการข้อกำหนดสำหรับการเก็บตัวอย่างกลิ่นที่ปล่อง
ตำแหน่งจุดชักตัวอย่างอยู่หลังจุดที่รวบรวมอากาศเสียจากกระบวนการผลิตและผ่านระบบบำบัดแล้ว ชักตัวอย่างที่จุดกึ่งกลางเส้นผ่านศูนย์กลางปล่อง
ความปลอดภัยมีนั่งร้านหรือชานพักที่มั่นคงแข็งแรง มีพื้นที่เพียงพอสำหรับปฏิบัติงานเก็บตัวอย่าง ใช้ร่วมกับงานสอบเทียบ CEMS และการตรวจวัดด้วยวิธีอ้างอิงได้
ข้อมูลที่ต้องมีก่อนเก็บตัวอย่างความสูงปล่อง เส้นผ่านศูนย์กลาง ตำแหน่งจุดชักตัวอย่าง ความชื้น อุณหภูมิ และความดันของอากาศเสียภายในปล่อง ซึ่ง CEMS บันทึกไว้อยู่แล้ว
การจัดการความชื้นต้องมีชุดดักความชื้นในสายชักตัวอย่าง เพราะไอน้ำที่เข้าไปในถุงเก็บตัวอย่างทำให้ตัวอย่างเสีย
การเก็บและวิเคราะห์ใช้ปั๊มไร้กลิ่นอัตราไม่น้อยกว่า 4 ลิตรต่อนาที เดินปั๊ม 1–3 นาทีให้ได้ตัวอย่างประมาณ 8 ลิตร และวิเคราะห์ให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเก็บตัวอย่าง

สิ่งที่ส่งมอบ

  • รายงานตรวจสอบข้อกำหนดของโรงงาน ระบุว่าปล่องใดเข้าข่าย ต้องวัดพารามิเตอร์ใด และเทียบกับค่ามาตรฐานฉบับใด อ้างอิงบัญชีท้ายประกาศและเงื่อนไขในใบอนุญาต
  • เอกสารออกแบบระบบสำหรับยื่นขอความเห็นชอบต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุตำแหน่งจุดเก็บตัวอย่างตามข้อกำหนด ชนิดเครื่องวิเคราะห์ และผังการเชื่อมโยงข้อมูล
  • ระบบ CEMS ที่ติดตั้ง ทดสอบ และผ่านการรับรองแล้ว พร้อมรายงาน Calibration Drift 7 วัน และรายงาน RATA จากหน่วยตรวจวัดภายนอก
  • การเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ทดสอบการส่งข้อมูลแล้ว พร้อมเอกสารยืนยันการเชื่อมต่อ
  • แดชบอร์ดของโรงงาน การตั้งค่าแจ้งเตือนหลายระดับ และการอบรมทีมเดินเครื่องและทีมสิ่งแวดล้อม
  • แผนประกันคุณภาพประจำปี ระบุรอบ CGA รายไตรมาส RATA รายปี และรายการบำรุงรักษาเชิงป้องกันของชุดเก็บตัวอย่าง
  • รายงานสรุปรายเดือน ค่าเฉลี่ย เหตุการณ์ค่าสูงพร้อมบริบท ความสมบูรณ์ของข้อมูล และผลตรวจค่าศูนย์และค่าช่วงวัด ในรูปแบบที่ยื่นประกอบการชี้แจงได้

ขั้นตอนและระยะเวลา

ระยะกิจกรรมระยะเวลาโดยประมาณ
1 · ตรวจสอบข้อกำหนดและสำรวจปล่องยืนยันประเภทโรงงาน พารามิเตอร์ ค่ามาตรฐานที่ใช้ สำรวจปล่อง จุดเก็บตัวอย่าง ระบบไฟฟ้า และเส้นทางสื่อสาร1–2 สัปดาห์
2 · ออกแบบและขอความเห็นชอบเลือกเทคโนโลยี จัดทำเอกสารออกแบบ ยื่นกรมโรงงานอุตสาหกรรม3–6 สัปดาห์ รวมเวลาพิจารณา
3 · จัดหาและติดตั้งสั่งเครื่องวิเคราะห์ ติดตั้งจุดเก็บตัวอย่าง ตู้ควบคุม ระบบไฟ และเดินสายสัญญาณ8–14 สัปดาห์ ขึ้นกับระยะส่งมอบเครื่อง
4 · ทดสอบและรับรองระบบเดินระบบ ทดสอบ Calibration Drift 7 วัน จัดทำ RATA โดยหน่วยตรวจวัดภายนอก3–4 สัปดาห์
5 · เชื่อมโยงข้อมูลและส่งมอบเชื่อมต่อกับระบบของกรมโรงงาน ตั้งค่าแดชบอร์ดและการแจ้งเตือน อบรมทีมงาน1–2 สัปดาห์
6 · ดูแลและประกันคุณภาพตรวจค่าศูนย์และค่าช่วงวัดรายวัน CGA รายไตรมาส RATA รายปี บำรุงรักษาเชิงป้องกัน รายงานรายเดือนตามสัญญาบริการ

นับจากเริ่มงานถึงระบบที่รับรองและเชื่อมโยงข้อมูลได้ ประมาณ 4 ถึง 6 เดือน ตัวแปรหลักคือระยะส่งมอบเครื่องวิเคราะห์และรอบพิจารณาของราชการ โรงงานที่มีปล่องหลายจุดควรเริ่มจากปล่องที่มีความเสี่ยงสูงสุดก่อน แล้วขยายเป็นระยะ

ข้อจำกัดที่เราแจ้งตั้งแต่ก่อนเสนอราคา

  • CEMS เป็นเครื่องมือตรวจวัด ไม่ใช่ระบบบำบัด การติดตั้งไม่ได้ทำให้ค่าลดลง แต่ทำให้รู้ว่าค่าเป็นเท่าไรและควรแก้ที่ไหน หากค่าเกินจริง ต้องแก้ที่กระบวนการหรือระบบบำบัด
  • การทดสอบ RATA ต้องทำโดยหน่วยตรวจวัดภายนอกที่ขึ้นทะเบียน RE-VEAL ประสานงานและเตรียมระบบให้พร้อม แต่ผลการตรวจเป็นของหน่วยตรวจ ไม่ใช่ของผู้ติดตั้ง
  • ปล่องเปียกหลังสครับเบอร์ ปล่องที่มีฝุ่นเหนียว และก๊าซที่มีความเข้มข้นต่ำมากใกล้ขีดจำกัดการตรวจวัด ต้องเลือกเทคโนโลยีเฉพาะและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระบบมาตรฐาน เราแจ้งตั้งแต่ขั้นสำรวจ
  • ระบบต้องการการดูแลต่อเนื่อง ตัวกรอง สายให้ความร้อน และชุดทำความเย็นมีอายุการใช้งาน หากปล่อยทิ้งโดยไม่มีรอบบำรุงรักษา ข้อมูลจะเสื่อมคุณภาพภายในไม่กี่เดือนโดยที่หน้าจอยังแสดงตัวเลขอยู่
  • หลักเกณฑ์การทวนสอบอาจเปลี่ยน กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำลังศึกษาวิธีทางเลือกนอกเหนือจากมาตรฐาน US EPA เมื่อมีประกาศใหม่ แผนประกันคุณภาพต้องปรับตาม ซึ่งรวมอยู่ในสัญญาบริการ

บริการนี้เหมาะกับใคร

  • โรงงาน 13 ประเภทตามประกาศ พ.ศ. 2565 ที่ยังไม่ได้ติดตั้ง หรือติดตั้งแล้วแต่ยังไม่ผ่านการรับรองและเชื่อมโยงข้อมูล
  • โรงงานที่มี CEMS อยู่แล้ว แต่ข้อมูลขาดหาย ค่าไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่มีบันทึกการทวนสอบครบตามรอบ และต้องการผู้ดูแลระบบที่รับผิดชอบคุณภาพข้อมูล
  • โรงงานที่รายงาน EIA หรือเงื่อนไขใบอนุญาตกำหนดให้ตรวจวัดต่อเนื่อง แม้ไม่เข้าข่าย 13 ประเภท
  • โรงงานที่กำลังขอขยายกำลังการผลิตหรือเปลี่ยนเชื้อเพลิง และต้องติดตั้งให้เสร็จก่อนเริ่มเดินเครื่อง
  • นิคมอุตสาหกรรมและกลุ่มบริษัทที่ต้องการแดชบอร์ดรวมของหลายโรงงานบนมาตรฐานเดียวกัน
  • โรงงานที่ลงทุนระบบบำบัดอากาศใหม่ และต้องการตัวเลขก่อนและหลังเพื่อยืนยันผลกับผู้บริหารและชุมชน

บริการที่มักทำร่วมกัน

  • แบบจำลองการฟุ้งกระจายด้วย AERMOD — ใช้อัตราการระบายจริงจาก CEMS เป็นข้อมูลนำเข้า แทนค่าสมมติจากการตรวจวัดปีละครั้ง ทำให้ผลจำลองผลกระทบต่อชุมชนสะท้อนการเดินเครื่องจริง
  • ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศสำหรับชุมชน — เมื่อมีทั้งข้อมูลที่ปล่องและข้อมูลในชุมชนพร้อมทิศทางลม โรงงานตอบได้ว่าค่าฝุ่นในชุมชนวันนั้นมาจากปล่องของตัวเองหรือไม่
  • ระบบตรวจวัดและวิเคราะห์แหล่งกำเนิดกลิ่น — สำหรับโรงงานที่มีทั้งประเด็นมลพิษจากปล่องและข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นจากแหล่งกำเนิดที่ไม่ผ่านปล่อง

เริ่มต้นอย่างไร

ส่งข้อมูลเบื้องต้นมาให้เรา ได้แก่ ประเภทโรงงานตามใบอนุญาต จำนวนและขนาดปล่อง เชื้อเพลิงหรือกระบวนการที่ระบายออก และสถานะ CEMS ปัจจุบันถ้ามี ทีมงานจะประเมินว่าปล่องใดเข้าข่าย ต้องวัดพารามิเตอร์ใด และควรใช้เทคโนโลยีแบบใด พร้อมเสนอราคาและกรอบเวลาให้ภายใน 5 วันทำการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้

ปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย · ขอใบเสนอราคา

เอกสารอ้างอิง

  1. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2565 (มีผลบังคับใช้ 10 มิถุนายน 2566). กรมโรงงานอุตสาหกรรม. https://www.diw.go.th/webdiw/a18042565-01/
  2. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนพิเศษ 215 ง หน้า 10 (8 สิงหาคม 2567).
  3. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดให้โรงงานในท้องที่กรุงเทพมหานครต้องติดตั้งเครื่องมือหรือเครื่องอุปกรณ์พิเศษเพื่อรายงานมลพิษอากาศจากปล่องโรงงาน พ.ศ. 2569. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 41 ง หน้า 52 (12 กุมภาพันธ์ 2569).
  4. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549. https://dl.parliament.go.th/handle/20.500.13072/219466
  5. กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2568. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 21 ก (27 มีนาคม 2568).
  6. กรมประชาสัมพันธ์ (2566). คุมเข้มการปล่อยมลพิษจากปล่องโรงงานกว่า 600 โรงงาน สั่งติดตั้งระบบ CEMS มีผลบังคับใช้ 10 มิถุนายน 2566 พร้อมดึงภาคประชาชนมีส่วนร่วมผ่านแอปพลิเคชัน POMS. https://www.prd.go.th/th/content/page/index/id/102344
  7. กรมโรงงานอุตสาหกรรม (2567). กรมโรงงานฯ ศึกษาระบบการทวนสอบหรือสอบเทียบระบบ CEMS ตามมาตรฐานวิธีการอื่น เพื่อลดภาระของผู้ประกอบกิจการโรงงาน. https://www.diw.go.th/webdiw/pr67-282/
  8. MM Thailand (2569). ดีเดย์ 1 ก.ค. 2569 คุมเข้มโรงงานกรุงเทพฯ 156 แห่ง ดันเทคโนโลยีสกัด PM2.5. https://www.mmthailand.com/bangkok-factories-pm25-control-cems-1-july-2026/
  9. U.S. Environmental Protection Agency. 40 CFR Part 60, Appendix B (Performance Specifications) และ Appendix F (Quality Assurance Procedures). https://www.ecfr.gov/current/title-40/chapter-I/subchapter-C/part-60/appendix-Appendix%20F%20to%20Part%2060
  10. กรมควบคุมมลพิษ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง (2569). เอกสารประกอบการบรรยาย การตรวจวัดและควบคุมกลิ่นจากโรงงานและสถานที่เลี้ยงสัตว์.
  11. กรมโรงงานอุตสาหกรรม กองวิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงาน. เอกสารประกอบการอบรม การตรวจวัดและการควบคุมกลิ่นจากอุตสาหกรรม (สนธยา อาปามะเก).
  12. กรมอนามัย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม. คู่มือวิชาการ เรื่อง แนวทางการตรวจสอบกลิ่นรบกวนสำหรับเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข.
บริการที่เกี่ยวข้อง

บริการอื่นที่อาจเหมาะกับคุณ

บริการจำลองการฟุ้งกระจายมลพิษด้วย AERMOD

บริการวิเคราะห์และจำลองการแพร่กระจายของกลิ่นและมลพิษทางอากาศสู่ชุมชนโดยรอบด้วยแบบจำลองมาตรฐานสากล AERMOD

เทคโนโลยี
บริการจำลองการฟุ้งกระจายมลพิษด้วย AERMOD

ระบบตรวจวัดและวิเคราะห์แหล่งกำเนิดกลิ่น Odor Fingerprint

ติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจวัดกลิ่นภาคสนาม พร้อมเทคโนโลยี AI วิเคราะห์อัตลักษณ์เพื่อระบุแหล่งกำเนิดกลิ่นได้อย่างถูกต้อง

เทคโนโลยี
ระบบตรวจวัดและวิเคราะห์แหล่งกำเนิดกลิ่น Odor Fingerprint