เครือข่ายสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 PM10 และก๊าซในพื้นที่ชุมชน สอบเทียบกับสถานีอ้างอิงของกรมควบคุมมลพิษ วัดทิศทางลมที่จุดเดียวกัน และเปิดเผยข้อมูลตามดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยผ่านเว็บไซต์และ LINE Official Account เพื่อให้โรงงานและชุมชนใช้ตัวเลขชุดเดียวกัน
ฝุ่นที่ชุมชนเห็นในแอป กับฝุ่นที่โรงงานวัดได้ ต้องเป็นตัวเลขชุดเดียวกัน
เมื่อค่าฝุ่นในแอปพลิเคชันขึ้นสีส้ม ชาวบ้านมองไปที่ปล่องที่ใกล้ที่สุด ทั้งที่สถานีตรวจวัดของราชการที่แอปดึงข้อมูลมาอาจอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร และค่าที่เห็นอาจเป็นฝุ่นจากการเผาในที่โล่งหรือหมอกควันข้ามพื้นที่ โรงงานที่ไม่มีข้อมูลในชุมชนของตัวเอง จึงเป็นจำเลยโดยปริยายในทุกฤดูฝุ่น
ในทางกลับกัน ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจริงก็ไม่มีตัวเลขที่จะยืนยัน เพราะเครื่องวัดราคาถูกที่ซื้อมาติดเองไม่ผ่านการสอบเทียบ อ่านค่าสูงเกินจริงในวันที่ความชื้นสูง และไม่มีใครรับผิดชอบคุณภาพข้อมูล ผลคือสองฝ่ายถือตัวเลขคนละชุด และไม่มีชุดไหนที่อีกฝ่ายยอมรับ
RE-VEAL ออกแบบและติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ชุมชนที่ผ่านการสอบเทียบกับสถานีอ้างอิง วัดทิศทางลมที่จุดเดียวกัน แล้วเปิดเผยข้อมูลให้ทุกฝ่ายเห็นชุดเดียวกันผ่านเว็บไซต์และ LINE Official Account เป้าหมายไม่ใช่การพิสูจน์ว่าโรงงานไม่ผิด แต่คือการทำให้ทั้งโรงงานและชุมชนคุยกันด้วยตัวเลขชุดเดียว
คำถามที่ระบบนี้ตอบให้เป็นข้อมูลได้
- ค่า PM2.5 ในชุมชนวันนี้เป็นเท่าไรจริง ๆ เมื่อวัดที่ชุมชน ไม่ใช่ที่สถานีราชการที่อยู่อีกอำเภอ
- ในชั่วโมงที่ค่าสูง ลมพัดมาจากทิศของโรงงาน หรือมาจากทิศของแปลงเกษตรที่กำลังเผา
- ค่าฝุ่นในชุมชนสูงขึ้นเฉพาะช่วงที่โรงงานเดินเครื่อง หรือสูงเท่ากันทั้งวันหยุดและวันทำงาน
- เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน 24 ชั่วโมง ชุมชนนี้เกินเกณฑ์กี่วันในฤดูฝุ่น และแนวโน้มดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อเทียบปีก่อน
- มาตรการที่โรงงานทำ เช่น ปรับเวลาขนถ่ายหรือฉีดพรมน้ำ ลดค่าฝุ่นในชุมชนได้จริงหรือไม่ วัดเป็นตัวเลขได้ไหม
เกณฑ์ที่ค่าจากสถานีต้องเทียบ
ค่าที่วัดได้ในชุมชนเทียบกับมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2569 ซึ่งรวมประกาศเดิมทุกฉบับไว้ในฉบับเดียว ค่าที่ชุมชนสนใจมากที่สุดคือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งประเทศไทยปรับเกณฑ์ให้เข้มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566
| สารมลพิษ | ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง | ค่าเฉลี่ย 1 ปี | สถานีชุมชนวัดได้หรือไม่ |
|---|---|---|---|
| ฝุ่นละออง PM2.5 | 37.5 µg/m³ | 15 µg/m³ | วัดได้ เป็นพารามิเตอร์หลัก |
| ฝุ่นละออง PM10 | 100 µg/m³ | 50 µg/m³ | วัดได้ เป็นพารามิเตอร์หลัก |
| ฝุ่นรวม (TSP) | 200 µg/m³ | 80 µg/m³ | วัดได้ในบางรุ่นเซนเซอร์ ค่าอ้างอิงต้องใช้เครื่องเก็บตัวอย่างปริมาตรสูง |
| ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) | 50 ppb | — | วัดได้ด้วยเซนเซอร์ไฟฟ้าเคมี เหมาะกับพื้นที่ใกล้แหล่งเผาไหม้ |
| ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO₂) | 120 ppb (1 ชม.) | 30 ppb | วัดได้ด้วยเซนเซอร์ไฟฟ้าเคมี เหมาะกับพื้นที่ริมถนนและใกล้หม้อน้ำ |
| ก๊าซโอโซน (O₃) | 70 ppb (8 ชม.) | — | วัดได้ แต่แปลผลยาก เพราะโอโซนเกิดจากปฏิกิริยาในอากาศ ไม่ได้ปล่อยจากปล่องโดยตรง |
สำหรับการสื่อสารกับประชาชน กรมควบคุมมลพิษกำหนดดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย พ.ศ. 2566 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ สถานีของ RE-VEAL แสดงผลตามสีและช่วงค่าชุดเดียวกับที่ราชการใช้ เพื่อไม่ให้ชุมชนต้องแปลตัวเลขสองระบบ
| ดัชนี AQI | สี | ความหมาย | PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง (µg/m³) |
|---|---|---|---|
| 0–25 | ฟ้า | คุณภาพอากาศดีมาก | 0–15.0 |
| 26–50 | เขียว | คุณภาพอากาศดี | 15.1–25.0 |
| 51–100 | เหลือง | ปานกลาง | 25.1–37.5 |
| 101–200 | ส้ม | เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ | 37.6–75.0 |
| 201 ขึ้นไป | แดง | มีผลกระทบต่อสุขภาพ | 75.1 ขึ้นไป |
สถานีอ้างอิงกับสถานีเซนเซอร์ ต่างกันอย่างไร และเมื่อไรใช้แบบไหน
ข้อ 3 ของประกาศ พ.ศ. 2569 กำหนดวิธีตรวจวัดที่ยอมรับสำหรับแต่ละสารมลพิษ เช่น วิธีกราวิเมตริก วิธีเบต้าเรย์ หรือวิธี TEOM สำหรับฝุ่น ค่าที่ใช้ตัดสินตามกฎหมายจึงต้องมาจากเครื่องมือประเภทนี้ ซึ่งมีราคาหลักล้านต่อสถานีและต้องการเจ้าหน้าที่ดูแล ในขณะที่เซนเซอร์แบบกระเจิงแสงราคาหลักหมื่นถึงหลักแสน ติดตั้งได้หลายจุด แต่ค่าที่ได้เป็นค่าประมาณที่ต้องสอบเทียบ
| ประเด็น | สถานีอ้างอิง (FRM / FEM) | สถานีเซนเซอร์ |
|---|---|---|
| หลักการวัดฝุ่น | ชั่งน้ำหนักจริง หรือวัดการลดทอนรังสีเบต้า | วัดการกระเจิงแสงจากอนุภาค แล้วคำนวณเป็นความเข้มข้น |
| สถานะทางกฎหมาย | ใช้เทียบเกณฑ์ตามประกาศได้ | ใช้เฝ้าระวังและสื่อสาร ยังไม่ใช่ค่าตามกฎหมาย |
| ค่าใช้จ่ายต่อจุด | สูง ต้องมีเจ้าหน้าที่และห้องปฏิบัติการ | ต่ำกว่าหลายสิบเท่า ติดตั้งได้หลายจุดในชุมชนเดียว |
| ความละเอียดเชิงเวลา | รายชั่วโมงถึงรายวัน | รายนาที เห็นเหตุการณ์สั้น ๆ เช่น ช่วงขนถ่าย |
| จุดอ่อน | จำนวนจุดน้อย ไม่เห็นความแตกต่างภายในชุมชน | ค่าเพี้ยนเมื่อความชื้นสูง ต้องสอบเทียบและปรับแก้ |
| บทบาทในระบบของ RE-VEAL | ใช้เป็นจุดสอบเทียบ โดยตั้งเซนเซอร์เทียบเคียงที่สถานีของกรมควบคุมมลพิษหรือเครื่องอ้างอิงเคลื่อนที่ | ใช้เป็นเครือข่ายหลักในชุมชน หลังผ่านการสอบเทียบและระหว่างใช้งานมีการตรวจซ้ำตามรอบ |
แนวทางนี้ตรงกับข้อแนะนำขององค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำหนดเป้าหมายสมรรถนะสำหรับเซนเซอร์ PM2.5 ที่ใช้เฝ้าระวังนอกระบบกฎหมาย และขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในรายงาน GAW ฉบับที่ 293 ปี ค.ศ. 2024 ที่สรุปว่าเซนเซอร์ราคาต่ำมีประโยชน์เมื่อใช้เป็นเครือข่ายเสริมสถานีอ้างอิง ไม่ใช่ใช้แทน
องค์ประกอบของระบบที่ติดตั้ง
- สถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 และ PM10 — เซนเซอร์เกรดที่ผ่านการประเมินสมรรถนะจากหน่วยงานอิสระ ติดตั้งในตู้กันฝนที่ออกแบบให้อากาศไหลผ่านโดยไม่โดนแดดตรง พร้อมเซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้นสำหรับปรับแก้ค่า
- เซนเซอร์ก๊าซตามความเสี่ยงของพื้นที่ — ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์สำหรับพื้นที่ใกล้หม้อน้ำและเตาเผา ไฮโดรเจนซัลไฟด์และสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวมสำหรับพื้นที่ที่มีประเด็นกลิ่นร่วมด้วย เลือกเฉพาะที่มีเหตุผล ไม่ติดทุกตัวเพื่อให้ดูครบ
- ข้อมูลลมประจำสถานี — วัดทิศทางและความเร็วลมที่ตำแหน่งเดียวกับเซนเซอร์ เพราะการตอบคำถามว่าฝุ่นมาจากไหน ต้องมีลม ณ จุดนั้น ไม่ใช่ลมจากสนามบินที่อยู่ห่างออกไป
- ระบบไฟฟ้าและการส่งข้อมูล — พลังงานแสงอาทิตย์พร้อมแบตเตอรี่สำหรับจุดที่ไม่มีไฟฟ้า ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือทุกนาที และเก็บสำรองในเครื่องเมื่อสัญญาณขาด
- ระบบสอบเทียบและควบคุมคุณภาพ — ตั้งเซนเซอร์เทียบเคียงกับสถานีอ้างอิงก่อนติดตั้งจริง สร้างสมการปรับแก้เฉพาะพื้นที่ และหมุนเวียนเซนเซอร์กลับไปตรวจซ้ำตามรอบ
- แพลตฟอร์มข้อมูลและหน้าเว็บไซต์สาธารณะ — แสดงค่าปัจจุบัน ดัชนี AQI ตามสีของราชการ กราฟย้อนหลัง และทิศทางลม ในภาษาที่ชุมชนอ่านเข้าใจ พร้อมหน้าสำหรับผู้ดูแลที่เห็นสถานะเซนเซอร์และคุณภาพข้อมูล
- LINE Official Account — แจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อค่าข้ามระดับที่ตั้งไว้ สรุปรายวันตอนเช้า และให้ชาวบ้านพิมพ์ถามค่าปัจจุบันได้เอง
- จอแสดงผลในชุมชน (ตามความต้องการ) — ป้ายแสดงค่าและสีคุณภาพอากาศหน้าสำนักงาน อบต. โรงเรียน หรือวัด สำหรับผู้ที่ไม่ใช้สมาร์ตโฟน
ทำไมการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นหัวใจ ไม่ใช่ของแถม
โรงงานหลายแห่งติดตั้งสถานีแล้วเก็บข้อมูลไว้ดูเอง ด้วยเหตุผลว่ากลัวข้อมูลถูกนำไปใช้โจมตี ประสบการณ์ของ RE-VEAL ตรงกันข้าม ข้อมูลที่เปิดเผยตั้งแต่วันแรกทำให้ชุมชนเลิกเดา และทำให้วันที่ค่าสูงจากสาเหตุอื่นกลายเป็นหลักฐานของโรงงานโดยอัตโนมัติ เพราะทุกคนเห็นพร้อมกันว่าลมพัดมาจากทิศไหน
สิ่งที่ต้องออกแบบให้ดีคือวิธีเปิดเผย ไม่ใช่ว่าจะเปิดเผยหรือไม่ ระบบของเราแสดงค่าพร้อมบริบทเสมอ ทิศทางลม ค่าที่สถานีราชการใกล้ที่สุดในเวลาเดียวกัน และหมายเหตุเมื่อเซนเซอร์อยู่ระหว่างสอบเทียบ ข้อมูลที่มีบริบทถูกตีความผิดยากกว่าตัวเลขโดด ๆ มาก
เมื่อฝุ่นหรือกลิ่นกลายเป็นเรื่องร้องเรียน ท้องถิ่นใช้กรอบ พ.ร.บ. การสาธารณสุข ไม่ใช่ พ.ร.บ. โรงงาน
สถิติเรื่องร้องเรียนเหตุรำคาญที่กรมอนามัยรวบรวมในปี 2569 ระบุว่ากลิ่นรบกวนเป็นปัญหาที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.3 รองลงมาคือเสียงรบกวนร้อยละ 13.4 และฝุ่นละออง เขม่า ควัน ร้อยละ 12.8 ส่วนแหล่งกำเนิดที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคืออาคารพักอาศัยและบ้านเรือนร้อยละ 35 ตามด้วยกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามหมวด 7 ร้อยละ 27.2 ตัวเลขนี้บอกสองเรื่อง คือฝุ่นและกลิ่นมักมาพร้อมกันในข้อร้องเรียนเดียว และผู้ถูกร้องเรียนจำนวนมากไม่ใช่โรงงานตามบัญชีของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงทำงานภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หมวด 5 มาตรา 25 ซึ่งให้อำนาจออกคำสั่งระงับเหตุรำคาญได้โดยไม่ต้องรอผลตรวจตามกฎหมายโรงงาน
กรมอนามัยกำหนดกระบวนการตรวจสอบเหตุรำคาญไว้ในมาตรฐานการปฏิบัติงาน EHA 6000 เป็น 6 ขั้นตอน ตั้งแต่ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องมือ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ พิจารณาวิธีตรวจวัด สรุปผล จนถึงการวินิจฉัย พร้อมชุดแบบฟอร์ม 7 แบบ ได้แก่ แบบ ก.0 บันทึกผลกระทบต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แบบ ก.1 ณ บริเวณผู้ร้องเรียน แบบ ก.2 บริเวณโดยรอบแหล่งกำเนิด แบบ ก.3 ณ แหล่งกำเนิด แบบ ก.4 ประเมินกลิ่นภาคสนาม และแบบ กร.1 กร.2 สำหรับการตรวจวัดค่าความเข้มข้นกลิ่น สำหรับกลิ่น เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดเป็นหน่วย D/T จากเครื่องมือตรวจวัดกลิ่นภาคสนาม ไม่ใช่หน่วยเดียวกับค่าความเข้มกลิ่นในห้องปฏิบัติการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2568
| สถานที่หรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ | มาตรฐานค่าระดับกลิ่นรบกวน |
|---|---|
| โรงพยาบาล สถานศึกษา สถานเลี้ยงเด็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยพักฟื้น หรือผู้พิการ และสถานที่อื่นที่ต้องคุ้มครองสุขภาพของประชาชนเป็นพิเศษ | ค่าความเข้มข้นกลิ่น ณ เวลาใด ๆ ต้องน้อยกว่า 2 หน่วยกลิ่น (D/T) |
| สถานที่อื่นใดที่ไม่เข้าข่ายข้างต้น เช่น ที่พักอาศัยและชุมชน | ค่าความเข้มข้นกลิ่น ณ เวลาใด ๆ ต้องน้อยกว่า 4 หน่วยกลิ่น (D/T) |
ระบบของ RE-VEAL จึงออกแบบให้สอดคล้องกับกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาปรับทีหลังเมื่อถูกร้องเรียน
- ตำแหน่งสถานีเลือกตามบริเวณเฝ้าระวังที่กรมอนามัยใช้ คือบ้านพักอาศัยของผู้ได้รับผลกระทบ สถานศึกษา ศาสนสถาน และสถานที่ราชการ โดยกำหนดจากทิศใต้ลมของแหล่งกำเนิด
- ช่องทางรับเรื่องผ่าน LINE Official Account แปลงข้อร้องเรียนเป็นชุดข้อมูลที่มีวันเวลา ตำแหน่ง ลักษณะกลิ่นหรือฝุ่น และระดับความแรง 0–5 ตามสเกลของแบบ ก.4 แทนข้อความบรรยายอิสระที่นำมาวิเคราะห์ทางสถิติไม่ได้ และจับคู่กับค่าฝุ่นและทิศทางลมในนาทีเดียวกันโดยอัตโนมัติ
- ข้อมูลจากสถานีจัดเรียงให้ตรงกับแบบ ก.1 และ ก.2 ส่วนข้อมูลการเดินเครื่องของแหล่งกำเนิดจัดเรียงตามแบบ ก.3 เมื่อเจ้าพนักงานลงพื้นที่ โรงงานหรือ อบต. จึงมีชุดข้อมูลที่กรอกแบบฟอร์มได้ทันที
- รายงานเรียบเรียงตามกรอบ 3 องค์ประกอบที่กรมอนามัยใช้วินิจฉัย คือแหล่งกำเนิด เส้นทางการแพร่ และผู้รับผลกระทบ ตามมาตรา 25 (4)
ข้อที่มักเข้าใจผิดคือผลตรวจวัดที่ไม่เกินค่ามาตรฐานไม่ได้แปลว่าไม่เป็นเหตุรำคาญ คู่มือของกรมอนามัยระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาลักษณะการเกิด ความถี่ และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ร้องเรียนร่วมด้วย โดยคำนึงถึงสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนโดยทั่วไป การถือเฉพาะผลตรวจเคมีไปชี้แจงจึงมักไม่เพียงพอ ข้อมูลต่อเนื่องที่แสดงความถี่และช่วงเวลาได้จริงคือสิ่งที่ตอบคำถามนี้
การสอบเทียบและคุณภาพข้อมูล
เซนเซอร์ฝุ่นแบบกระเจิงแสงอ่านค่าสูงเกินจริงเมื่อความชื้นสัมพัทธ์สูง เพราะอนุภาคดูดน้ำแล้วโตขึ้น ในภูมิอากาศไทยที่ความชื้นตอนเช้าเกินร้อยละ 90 เป็นปกติ เซนเซอร์ที่ไม่ปรับแก้จะรายงานค่าฝุ่นตอนเช้าสูงกว่าจริงทุกวัน และชุมชนจะตื่นมาเห็นสีส้มทั้งที่อากาศดี
- ก่อนติดตั้ง ตั้งเซนเซอร์ทุกตัวเทียบเคียงกับสถานีอ้างอิงอย่างน้อย 30 วัน ตามแนวทางของ US EPA และใช้เซนเซอร์อย่างน้อย 3 ตัวต่อรุ่นเพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างตัว
- สร้างสมการปรับแก้เฉพาะพื้นที่ที่รวมผลของความชื้น ค่าที่แสดงต่อสาธารณะเป็นค่าที่ปรับแก้แล้ว พร้อมเก็บค่าดิบไว้ตรวจสอบย้อนหลังได้
- ระหว่างใช้งาน ตรวจความสอดคล้องระหว่างสถานีในเครือข่ายอัตโนมัติ สถานีที่เบี่ยงจากเพื่อนบ้านผิดปกติจะถูกแจ้งให้ผู้ดูแลตรวจสอบ
- หมุนเวียนเซนเซอร์กลับไปเทียบเคียงกับสถานีอ้างอิงซ้ำตามรอบที่กำหนดในสัญญา และเปลี่ยนชุดเซนเซอร์ตามอายุการใช้งาน ไม่รอให้เสีย
- รายงานคุณภาพข้อมูลรายเดือน ระบุความสมบูรณ์ของข้อมูล ผลการเทียบเคียง และช่วงเวลาที่ข้อมูลถูกตัดออกพร้อมเหตุผล
สิ่งที่ส่งมอบ
- รายงานออกแบบเครือข่าย ระบุตำแหน่งสถานีพร้อมเหตุผล โดยพิจารณาทิศทางลมหลัก ตำแหน่งแหล่งกำเนิด และจุดที่ประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น
- สถานีที่ติดตั้งและทดสอบแล้ว พร้อมผลการเทียบเคียงกับสถานีอ้างอิงและสมการปรับแก้เฉพาะพื้นที่
- เว็บไซต์แสดงผลสาธารณะ และ LINE Official Account ที่ตั้งค่าการแจ้งเตือนและข้อความสรุปรายวันแล้ว
- รายงานค่าฐานจากช่วงเก็บข้อมูลตั้งต้น เพื่อใช้เทียบในฤดูฝุ่นและหลังมาตรการ
- รายงานรายเดือน ค่าเฉลี่ย จำนวนวันที่เกินเกณฑ์ เหตุการณ์ค่าสูงพร้อมทิศทางลม และคุณภาพข้อมูล ในรูปแบบที่ใช้ประกอบรายงาน EIA หรือการประชุมกับชุมชนได้
- การอบรมเจ้าหน้าที่โรงงานและตัวแทนชุมชนหรือ อบต. ให้อ่านและใช้ข้อมูลได้เอง
ขั้นตอนและระยะเวลา
| ระยะ | กิจกรรม | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| 1 · สำรวจและออกแบบ | สำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ทิศทางลมหลักและตำแหน่งแหล่งกำเนิด กำหนดจำนวนและตำแหน่งสถานี หารือกับชุมชนหรือ อบต. เรื่องจุดติดตั้งและการเปิดเผยข้อมูล | 2–3 สัปดาห์ |
| 2 · เทียบเคียงกับสถานีอ้างอิง | ตั้งเซนเซอร์ทุกตัวคู่กับสถานีอ้างอิง สร้างสมการปรับแก้เฉพาะพื้นที่ | 4–6 สัปดาห์ |
| 3 · ติดตั้งและเชื่อมต่อ | ติดตั้งสถานี ระบบไฟ การส่งข้อมูล ตั้งค่าเว็บไซต์และ LINE OA | 2–3 สัปดาห์ |
| 4 · เก็บค่าฐานและเปิดใช้สาธารณะ | เก็บข้อมูลตั้งต้น ตรวจความสอดคล้องของเครือข่าย เปิดหน้าเว็บสาธารณะ อบรมผู้ใช้ | 4 สัปดาห์ |
| 5 · เฝ้าระวังต่อเนื่อง | รายงานรายเดือน ตรวจซ้ำตามรอบ เปลี่ยนเซนเซอร์ตามอายุ ปรับการแจ้งเตือนตามฤดูกาล | ตามสัญญาบริการ |
นับจากเริ่มงานถึงระบบที่เปิดให้ชุมชนใช้ ประมาณ 3 ถึง 4 เดือน ระยะเทียบเคียงสั้นกว่านี้ไม่ได้ เพราะต้องครอบคลุมช่วงความชื้นและระดับฝุ่นที่หลากหลายพอ หากต้องการให้ทันฤดูฝุ่น ควรเริ่มงานไม่ช้ากว่าเดือนกันยายน
ข้อจำกัดที่เราแจ้งตั้งแต่ก่อนเสนอราคา
- ค่าจากสถานีเซนเซอร์ไม่ใช่ค่าตามกฎหมาย การเทียบเกณฑ์ตามประกาศ พ.ศ. 2569 ต้องใช้วิธีตรวจวัดที่ข้อ 3 กำหนด สถานีเซนเซอร์ใช้เฝ้าระวัง สื่อสาร และชี้เป้าให้ตรวจวัดด้วยวิธีอ้างอิงในจุดและเวลาที่ควรตรวจ
- ค่าฝุ่นในชุมชนรวมทุกแหล่งกำเนิด ทั้งโรงงาน การจราจร การเผาในที่โล่ง และหมอกควันข้ามพื้นที่ สถานีบอกได้ว่าค่าเท่าไรและลมมาจากไหน แต่การแยกสัดส่วนว่ามาจากใครเท่าไรต้องใช้แบบจำลองการฟุ้งกระจายหรือการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วมด้วย
- ในฤดูหมอกควันภาคเหนือหรือช่วงเผาอ้อย ค่าจะสูงทั้งภูมิภาคโดยไม่เกี่ยวกับโรงงาน ระบบแสดงค่าสถานีราชการใกล้เคียงคู่กันเพื่อให้เห็นภาพนี้ แต่ห้ามคาดหวังว่าสถานีจะทำให้ค่าดูดีในช่วงนั้น
- เซนเซอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 1 ถึง 2 ปีในสภาพอากาศไทย และมีการเลื่อนของค่าระหว่างทาง รอบตรวจซ้ำและเปลี่ยนชุดเซนเซอร์ต้องอยู่ในสัญญา ระบบที่ติดตั้งครั้งเดียวแล้วปล่อยทิ้งจะให้ข้อมูลผิดโดยที่หน้าจอยังแสดงตัวเลขอยู่
- การเปิดเผยข้อมูลต้องมีนโยบายชัดตั้งแต่ต้น ว่าใครดูอะไรได้ ค่าที่อยู่ระหว่างสอบเทียบแสดงอย่างไร และใครตอบคำถามเมื่อค่าสูง เราช่วยร่างนโยบายนี้ แต่การตัดสินใจเป็นของผู้ว่าจ้าง
บริการนี้เหมาะกับใคร
- โรงงานที่มาตรการในรายงาน EIA หรือ EHIA กำหนดให้ตรวจวัดคุณภาพอากาศในชุมชนโดยรอบ และต้องการข้อมูลต่อเนื่องแทนการตรวจวัดปีละสองครั้ง
- โรงงานหรือโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ถูกร้องเรียนเรื่องฝุ่นจากชุมชน และต้องการข้อมูลที่ชุมชนยอมรับ
- นิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการที่ต้องการเครือข่ายสถานีรอบพื้นที่บนมาตรฐานเดียวกัน
- เหมืองแร่ โรงโม่หิน ท่าเรือขนถ่ายสินค้าเทกอง และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่ฝุ่นเป็นประเด็นหลัก
- องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ต้องการสถานีในพื้นที่ที่สถานีของกรมควบคุมมลพิษยังไม่ครอบคลุม พร้อมช่องทางแจ้งเตือนประชาชน
- โรงเรียน โรงพยาบาล และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่ต้องการค่าจริงในพื้นที่เพื่อตัดสินใจเรื่องกิจกรรมกลางแจ้ง
บริการที่มักทำร่วมกัน
- แบบจำลองการฟุ้งกระจายด้วย AERMOD — ใช้แยกว่าค่าฝุ่นที่วัดได้ในชุมชน มีสัดส่วนจากโรงงานเท่าไร และใช้ผลจากสถานีมาตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลอง
- ระบบตรวจวัดมลพิษแบบต่อเนื่องที่ปล่อง (CEMS) — เมื่อมีทั้งข้อมูลปล่องและข้อมูลชุมชนในเวลาเดียวกัน โรงงานตอบได้ว่าเหตุการณ์ค่าสูงในชุมชนเกิดพร้อมกับการระบายจากปล่องหรือไม่
- ระบบตรวจวัดและวิเคราะห์แหล่งกำเนิดกลิ่น — สำหรับชุมชนที่มีทั้งประเด็นฝุ่นและกลิ่น ใช้โครงสร้างสถานีและระบบข้อมูลร่วมกันได้
เริ่มต้นอย่างไร
ส่งข้อมูลเบื้องต้นมาให้เรา ได้แก่ ตำแหน่งพื้นที่ ประเภทกิจการหรือแหล่งกำเนิดที่กังวล ระยะห่างถึงชุมชนที่ใกล้ที่สุด และช่องทางที่ชุมชนใช้สื่อสารอยู่แล้ว ทีมงานจะประเมินจำนวนและตำแหน่งสถานี พารามิเตอร์ที่ควรวัด และรูปแบบการเปิดเผยข้อมูล พร้อมเสนอราคาและกรอบเวลาให้ภายใน 3 วันทำการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้
ปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย · ขอใบเสนอราคา
เอกสารอ้างอิง
- ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป พ.ศ. 2569. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 20 ง (21 มกราคม 2569).
- ประกาศกรมควบคุมมลพิษ เรื่อง ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย พ.ศ. 2566. https://www.pcd.go.th/pcd_news/30028/
- ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ในบรรยากาศโดยทั่วไป (มีผล 1 มิถุนายน 2566). สรุปโดยคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. https://en.mahidol.ac.th/envinews/434-pm-2-5-37-5-1-66
- พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 หมวด 5 เหตุรำคาญ มาตรา 25.
- คำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบกลิ่นรบกวนที่เกิดจากการประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2560.
- กรมอนามัย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม. คู่มือวิชาการ เรื่อง แนวทางการตรวจสอบกลิ่นรบกวนสำหรับเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข.
- กรมอนามัย สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม (2569). เอกสารประกอบการอบรม การตรวจวัดและควบคุมกลิ่นจากกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ตวงสิทธิ์ วิมุกตายน) — สถิติเรื่องร้องเรียนเหตุรำคาญและมาตรฐาน EHA 6000.
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2568. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 21 ก (27 มีนาคม 2568).
- U.S. Environmental Protection Agency (2021). Performance Testing Protocols, Metrics, and Target Values for Fine Particulate Matter Air Sensors. EPA/600/R-20/280. https://www.epa.gov/air-sensor-toolbox
- World Meteorological Organization (2024). GAW Report No. 293: Integrating Low-cost Sensor Systems and Networks to Enhance Air Quality Applications. https://library.wmo.int/