บริการวิเคราะห์และจำลองการแพร่กระจายของกลิ่นและมลพิษทางอากาศสู่ชุมชนโดยรอบด้วยแบบจำลองมาตรฐานสากล AERMOD
รู้ก่อนสร้าง ว่ากลุ่มควันจะไปตกที่ไหน
เมื่อโรงงานจะเพิ่มกำลังการผลิต ต่อปล่องใหม่ ติดตั้งหม้อไอน้ำ หรือขยายพื้นที่บ่อบำบัด คำถามที่ตอบยากที่สุดไม่ใช่ "ปล่อยเท่าไร" แต่คือ "ปล่อยแล้วไปตกที่ไหน และชุมชนข้างเคียงจะได้รับเท่าไร" การรอให้เกิดข้อร้องเรียนแล้วค่อยแก้ มีต้นทุนสูงกว่าการจำลองล่วงหน้าหลายเท่า ทั้งค่าปรับ ค่าปรับปรุงระบบที่ต้องรื้อของเดิม และเวลาที่เสียไปกับการเจรจา
RE-VEAL ให้บริการจำลองการฟุ้งกระจายของมลพิษทางอากาศและกลิ่นรบกวนด้วย AERMOD ซึ่งเป็นแบบจำลองที่องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (US EPA) กำหนดให้เป็นแบบจำลองอ้างอิงตาม Appendix W และเป็นแบบจำลองที่ได้รับการยอมรับในกระบวนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ผลลัพธ์ที่ได้คือแผนที่เส้นชั้นความเข้มข้นที่ระบุได้ว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบสูงสุด สูงเท่าไร และเกินเกณฑ์กฎหมายหรือไม่
เราตอบคำถามเหล่านี้ให้เป็นตัวเลขได้
- ถ้าเพิ่มหม้อไอน้ำอีกหนึ่งชุด ค่าที่ริมรั้วจะขึ้นจากเดิมเท่าไร
- ปล่องที่ออกแบบไว้ 15 เมตร สูงพอที่จะพ้นแรงกดของอาคารข้างเคียงหรือไม่
- กลิ่นจากบ่อบำบัดกับกลิ่นจากปล่องอบ อันไหนคือตัวที่ทำให้ชุมชนร้องเรียนจริง
- ถ้าลงทุนติดระบบบำบัดที่แหล่งกำเนิดใดก่อน จะคุ้มที่สุด
- ผลที่ได้เกินมาตรฐานคุณภาพอากาศ พ.ศ. 2569 หรือเกณฑ์กลิ่นตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2568 หรือไม่
เกณฑ์ที่ผลการจำลองต้องเทียบให้ได้
ผลการจำลองจะมีน้ำหนักในการยื่นต่อหน่วยงานรัฐก็ต่อเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่บังคับใช้อยู่จริง ทุกงานของ RE-VEAL จึงตั้งค่าเป้าหมายไว้ที่ประกาศสองฉบับนี้
ก. มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป พ.ศ. 2569
ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ลงวันที่ 6 มกราคม 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 20 ง เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ประกาศฉบับนี้ยกเลิกประกาศเดิม 7 ฉบับตามข้อ 1.1 ถึง 1.7 แล้วรวมมาไว้ในฉบับเดียว โดยกำหนดทั้งค่ามาตรฐาน วิธีตรวจวัด และเงื่อนไขการตรวจวัด
| สารมลพิษ | ค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมง | ค่าเฉลี่ย 8 หรือ 24 ชั่วโมง | ค่าเฉลี่ย 1 ปี |
|---|---|---|---|
| ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) | 100 ppb | 50 ppb (24 ชม.) | — |
| ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO₂) | 120 ppb | — | 30 ppb |
| ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) | 30 ppm | 9 ppm (8 ชม.) | — |
| ก๊าซโอโซน (O₃) | 100 ppb | 70 ppb (8 ชม.) | — |
| ฝุ่นรวมหรือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 100 ไมครอน (TSP) | — | 200 µg/m³ (24 ชม.) | 80 µg/m³ |
| ฝุ่นละออง PM10 | — | 100 µg/m³ (24 ชม.) | 50 µg/m³ |
| ฝุ่นละออง PM2.5 | — | 37.5 µg/m³ (24 ชม.) | 15 µg/m³ |
| สารตะกั่ว (Pb) | — | 1 µg/m³ (เฉลี่ย 1 เดือน) | — |
ข้อ 3 ของประกาศกำหนดวิธีตรวจวัดที่ยอมรับไว้ด้วย ไม่ใช่แค่ตัวเลข ข้อมูลตรวจวัดที่นำมาป้อนแบบจำลองจึงต้องมาจากวิธีที่ประกาศรับรอง มิฉะนั้นผลจำลองที่สวยงามก็อาจไม่ถูกยอมรับ
| สารมลพิษ | วิธีตรวจวัดตามที่ประกาศกำหนด |
|---|---|
| ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂) | Pararosaniline หรือ Ultraviolet Fluorescence |
| ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO₂) | Chemiluminescence หรือ Cavity Attenuated Phase Shift Spectroscopy (CAPS) |
| ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) | Non-dispersive Infrared Detection หรือ NDIR Gas Filter Correlation |
| ก๊าซโอโซน (O₃) | Chemiluminescence หรือ Ultraviolet Absorption Photometry |
| ฝุ่นรวม (TSP) | Gravimetric เท่านั้น ประกาศไม่ได้ระบุวิธีเทียบเท่าไว้ |
| PM10 และ PM2.5 | Gravimetric เป็นวิธีอ้างอิง เทียบเท่าได้ด้วย Beta Radiation Attenuation, TEOM, Light Scattering และ Dichotomous Air Sampler |
| สารตะกั่ว (Pb) | Atomic Absorption Spectrometer |
ข้อ 4 เปิดให้ใช้วิธีอ้างอิงหรือวิธีเทียบเท่าตามที่ US EPA หรือสหภาพยุโรปกำหนด หรือวิธีอื่นตามที่อธิบดีกรมควบคุมมลพิษประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศยังกำหนดเงื่อนไขการตรวจวัดไว้ด้วย ได้แก่ ความสูงของจุดเก็บตัวอย่างเหนือพื้นดิน 3 ถึง 6 เมตรสำหรับก๊าซทั้งสี่ชนิด 1.50 ถึง 6 เมตรสำหรับฝุ่นรวม PM10 และสารตะกั่ว และ 1.50 ถึง 15 เมตรสำหรับ PM2.5 การคำนวณความเข้มข้นให้เทียบที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียสและความดัน 1 บรรยากาศ ยกเว้น PM2.5 ที่ให้เทียบที่อุณหภูมิและความดันบรรยากาศสภาวะจริง และข้อมูลที่ใช้คำนวณต้องมีความครบถ้วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ทำให้ผลตรวจวัดจำนวนมากใช้อ้างอิงไม่ได้โดยที่เจ้าของโรงงานไม่ทราบ
ข. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานกลิ่นในอากาศจากโรงงาน พ.ศ. 2568
กฎกระทรวงฉบับนี้ยกเลิกฉบับ พ.ศ. 2548 และขยายบัญชีโรงงานที่ต้องควบคุมจาก 23 เป็น 24 รายการ โดยเพิ่มโรงงานยางที่ใช้ยางธรรมชาติเข้ามาเป็นรายการที่ 23 พร้อมกำหนดเกณฑ์แยกตามที่ตั้ง
| กรณี | ริมรั้วหรือขอบเขตภายในโรงงาน | ปล่องระบายอากาศ |
|---|---|---|
| โรงงานรายการที่ 1–22 และ 24 ในเขตอุตสาหกรรม | ไม่เกิน 30 หน่วย | ไม่เกิน 1,000 หน่วย |
| โรงงานรายการที่ 1–22 และ 24 นอกเขตอุตสาหกรรม | ไม่เกิน 15 หน่วย | ไม่เกิน 300 หน่วย |
| โรงงานรายการที่ 23 โรงงานยาง ทั้งในและนอกเขตอุตสาหกรรม | ไม่เกิน 30 หน่วย | ไม่เกิน 2,500 หน่วย |
| สถานที่เลี้ยงสัตว์ ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม | ไม่เกิน 30 หน่วย | ไม่กำหนด |
ข้อ 5 ของกฎกระทรวงฉบับใหม่กำหนดว่าอากาศที่ระบายออกต้องมีค่าความเข้มกลิ่นไม่เกินเกณฑ์ และต้องไม่ใช้วิธีทำให้เจือจาง ข้อความนี้ปิดทางเลือกที่โรงงานเคยใช้บ่อยที่สุด คือการเพิ่มอัตราการระบายหรือต่อปล่องให้สูงขึ้นเพื่อให้ค่าที่วัดได้ลดลงโดยที่อัตราการปล่อยกลิ่นเท่าเดิม ผลคือแบบจำลองจึงไม่ใช่เครื่องมือสำหรับหาความสูงปล่องที่ทำให้ค่าผ่านเกณฑ์อีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือสำหรับจัดลำดับว่าควรลดอัตราการปล่อยกลิ่นที่แหล่งกำเนิดใดก่อนจึงจะคุ้มที่สุด
แหล่งกำเนิดและมลพิษที่รองรับ
การจำแนกแหล่งกำเนิดให้ตรงตามลักษณะทางกายภาพคือขั้นตอนที่ชี้ขาดความแม่นยำของผลลัพธ์ การยัดทุกอย่างให้เป็นแหล่งกำเนิดแบบจุดเพราะง่ายต่อการป้อนข้อมูล เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ผลจำลองไม่ตรงกับผลตรวจวัดจริง
| ประเภทแหล่งกำเนิด | ตัวอย่างในโรงงาน |
|---|---|
| แบบจุด (Point Source) | ปล่องระบาย เตาอบ หม้อไอน้ำ หอระบายไอน้ำ ปล่องเตาเผา |
| แบบพื้นที่ (Area Source) | บ่อรวบรวมน้ำเสีย บ่อเติมอากาศ ลานหมักกาก ลานกองวัตถุดิบ บ่อฝังกลบ |
| แบบปริมาตร (Volume Source) | อาคารกองเก็บ โรงเรือนปศุสัตว์ อาคารคัดแยก |
| แบบเส้น (Line Source) | เส้นทางขนส่งภายในโครงการ สายพานลำเลียงเปิด |
| แบบไม่ต่อเนื่อง (Intermittent) | การขนถ่ายวัตถุดิบ การล้างถัง การพลิกกลับกองปุ๋ยหมัก |
มลพิษที่จำลองได้: ฝุ่นละอองรวม (TSP), PM10, PM2.5, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO₂), ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx), คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs), ก๊าซที่มีกลิ่น เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) แอมโมเนีย (NH₃) และเมอร์แคปแทน รวมถึงค่าความเข้มกลิ่นรวมในหน่วย ou_E/m³
ความเชี่ยวชาญเฉพาะ: ปล่องสูงพอหรือยัง — Building Downwash และเกณฑ์ GEP
เมื่อลมพัดผ่านอาคาร จะเกิดโซนปั่นป่วนด้านหลังอาคาร ทำให้กลุ่มควันที่ควรจะลอยขึ้นถูกดึงลงมาสู่ระดับพื้นดิน ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Building Downwash และเป็นสาเหตุที่โรงงานหลายแห่งพบว่าต่อปล่องให้สูงขึ้นแล้วค่าที่ริมรั้วกลับไม่ลดลงอย่างที่คาด
ก่อนจะประเมิน Downwash ต้องตรวจสอบก่อนว่าปล่องสูงพอที่จะหลุดพ้นอิทธิพลของอาคารหรือไม่ ด้วยเกณฑ์ Good Engineering Practice ของ US EPA
H_GEP = H_b + 1.5 L
โดย H_b คือความสูงอาคาร และ L คือค่าที่น้อยกว่าระหว่างความสูงอาคารกับความกว้างอาคารตามทิศทางลม ถ้าความสูงปล่องจริงมากกว่าหรือเท่ากับ H_GEP แสดงว่ากลุ่มควันหลุดพ้นโซนปั่นป่วนได้ทั้งหมด แต่ถ้าน้อยกว่า ต้องคำนวณด้วยชุดสมการ Building Downwash
RE-VEAL ใช้อัลกอริทึม PRIME (Plume Rise Model Enhancements, Schulman et al., 2000) ซึ่งเป็นอัลกอริทึมที่ฝังอยู่ใน AERMOD จริง ประมวลผลผังอาคารด้วย BPIPPRM แล้วรันเปรียบเทียบสองสถานการณ์ คือกรณีมีอาคารและกรณีไม่มีอาคาร เพื่อแยกให้เห็นชัดว่าส่วนใดของความเข้มข้นที่ระดับพื้นดินเกิดจากตัวอาคารเอง ไม่ใช่จากอัตราการปล่อย
| ทำไมข้อนี้ถึงสำคัญ: ถ้าค่าที่ริมรั้วสูงเพราะ Building Downwash การลงทุนซื้อระบบบำบัดเพิ่มจะไม่ช่วยอะไรเลย ทางแก้ที่ถูกต้องคือย้ายจุดระบายหรือปรับความสูงปล่อง การแยกสองสาเหตุนี้ออกจากกันได้ตั้งแต่ต้น คือส่วนต่างที่ประหยัดงบประมาณได้มากที่สุดในงานจำลอง |
|---|
การจำลองกลิ่น: ทำไมค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงจึงไม่พอ
แบบจำลองการฟุ้งกระจายทุกตัวคำนวณความเข้มข้นออกมาเป็นค่าเฉลี่ยราย 1 ชั่วโมง แต่จมูกมนุษย์รับรู้กลิ่นได้ภายในไม่กี่วินาที การนำค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงไปเทียบเกณฑ์ตรง ๆ จึงประเมินผลกระทบด้านกลิ่นต่ำกว่าความเป็นจริงเสมอ กลุ่มควันที่มีค่าเฉลี่ยชั่วโมงต่ำ อาจมีช่วงพีคที่แรงพอจะทำให้เกิดข้อร้องเรียนได้
RE-VEAL จึงประยุกต์สัมประสิทธิ์ Peak-to-Mean Ratio เพื่อแปลงค่าเฉลี่ยราย 1 ชั่วโมงให้เป็นค่าความเข้มข้นสูงสุดชั่วขณะ โดยเลือกวิธีตามลักษณะงาน
| วิธี | หลักการ | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| PTMC — ค่าคงที่ | ใช้ตัวคูณคงที่ตลอดทั้งพื้นที่ ค่าที่นิยมใช้คือ 4 | งานคัดกรองเบื้องต้น พื้นที่ราบ แหล่งกำเนิดเดียว |
| PTMV — ค่าผันแปร | ตัวคูณเปลี่ยนตามชั้นเสถียรภาพบรรยากาศ Pasquill A–F และระยะทางจากแหล่งกำเนิด | งานยื่นรายงาน พื้นที่ที่มีข้อร้องเรียนจริง หลายแหล่งกำเนิด |
ผลลัพธ์รายงานเป็นหน่วย ou_E/m³ ซึ่งเทียบกับเกณฑ์ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2568 ได้โดยตรง วิธีนี้มีงานวิจัยระดับนานาชาติรองรับ ทั้งการประยุกต์ AERMOD กับกลิ่นจากโรงเรือนสัตว์ปีกและโคนม และกับโรงกลั่นน้ำมัน
ซอฟต์แวร์และเวอร์ชันที่ใช้
การระบุเวอร์ชันให้ชัดเจนคือสิ่งที่หน่วยงานพิจารณารายงานตรวจสอบเป็นอันดับต้น ๆ เพราะ EPA ปรับปรุงชุดโปรแกรมทุกปี และคู่มือ Appendix W ฉบับปรับปรุง ค.ศ. 2024 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 28 มกราคม 2025 โดยช่วงเปลี่ยนผ่านหนึ่งปีสิ้นสุดลงแล้วเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2025
| โปรแกรม | หน้าที่ | เวอร์ชันที่ใช้ |
|---|---|---|
| AERMOD | แบบจำลองหลัก | 26135 (เผยแพร่ 9 ก.ค. 2569) |
| AERMET | ประมวลผลข้อมูลอุตุนิยมวิทยา | 26135 |
| AERMAP | ประมวลผลข้อมูลภูมิประเทศ | 24142 (เป็นเวอร์ชันตามข้อกำหนดปัจจุบัน) |
| AERSURFACE | ค่าลักษณะพื้นผิว | 26135 |
| AERMINUTE | ข้อมูลลมราย 1 นาที | 26135 |
| BPIPPRM | ประมวลผลผังอาคารสำหรับ Downwash | ตามชุด AERMOD |
งานทั้งหมดดำเนินการบนซอฟต์แวร์ AERMOD View ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ไม่ใช่รุ่นทดลองหรือรุ่นแจกฟรี และส่งมอบไฟล์อินพุตต้นฉบับให้ผู้ว่าจ้างเก็บไว้ เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับหรือรันซ้ำได้ในอนาคต
ข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างต้องเตรียม
ยิ่งข้อมูลตั้งต้นครบ ผลจำลองยิ่งใกล้ความจริงและใช้เวลาน้อยลง หากข้อมูลบางรายการยังไม่มี RE-VEAL รับดำเนินการตรวจวัดหรือจัดหาให้ได้
1. ข้อมูลแหล่งกำเนิด
- ความสูงปล่อง เส้นผ่านศูนย์กลางภายในและภายนอก
- อุณหภูมิก๊าซที่ปากปล่อง ความเร็วก๊าซ และอัตราการไหล
- พิกัดปล่องแต่ละต้น (UTM หรือค่าละติจูด–ลองจิจูด)
- ชั่วโมงการทำงานต่อวันและต่อปี ของแต่ละแหล่งกำเนิด
2. ผลตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่อง
- รายงานผลตรวจวัดล่าสุด พร้อมระบุวิธีวิเคราะห์ที่ใช้
- กรณีงานกลิ่น ต้องมีผลวิเคราะห์ค่าความเข้มกลิ่นด้วยวิธีถุงดมกลิ่นสามเหลี่ยม
3. ผังและภูมิประเทศ
- ผังโรงงาน ระบุตำแหน่งและขนาดอาคาร ความสูงอาคารทุกหลังในรัศมีที่เกี่ยวข้อง
- ขอบเขตที่ดินและตำแหน่งรั้วโรงงาน
- ตำแหน่งผู้รับผลกระทบที่อ่อนไหวโดยรอบ เช่น ชุมชน โรงเรียน วัด โรงพยาบาล สถานที่ราชการ
4. ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา
- ข้อมูลรายชั่วโมงของสถานีตรวจอากาศที่ใกล้ที่สุด ย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี ยิ่งมากยิ่งดี
- หากไม่มี RE-VEAL จัดหาข้อมูลจากสถานีของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือแหล่งข้อมูลระดับสากลให้ได้
| ข้อควรระวังที่พบบ่อย: การนำข้อมูลอุตุนิยมวิทยาของจังหวัดอื่นมาใช้แทนเพราะพื้นที่ศึกษาไม่มีสถานีตรวจวัด ทำให้ผลลัพธ์ใช้เป็นการคัดกรองเบื้องต้นได้เท่านั้น ไม่ควรนำไปยื่นเป็นรายงานต่อหน่วยงานราชการ RE-VEAL จะแจ้งสถานะนี้ให้ทราบตั้งแต่ก่อนเริ่มงานเสมอ |
|---|
สิ่งที่ส่งมอบ
- รายงานผลการจำลองฉบับสมบูรณ์ ระบุสมมติฐาน ข้อมูลนำเข้า เวอร์ชันโปรแกรม และข้อจำกัดของงานอย่างชัดเจน
- แผนที่เส้นชั้นความเข้มข้น (Isopleth Contour Map) แยกตามสารมลพิษและตามค่าเฉลี่ยแต่ละช่วงเวลา ทั้งภาพมุมกว้างและภาพขยายบริเวณที่ค่าสูงสุด
- ตารางสรุปค่าความเข้มข้นสูงสุดที่ริมรั้วและที่ตำแหน่งผู้รับผลกระทบอ่อนไหวแต่ละจุด พร้อมเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่บังคับใช้
- ผังลม (Wind Rose) ของสถานีตรวจอากาศที่ใช้ พร้อมระบุแหล่งที่มาและช่วงเวลาของข้อมูล
- ผลการวิเคราะห์ Building Downwash เปรียบเทียบกรณีมีอาคารและไม่มีอาคาร พร้อมผลตรวจสอบเกณฑ์ GEP ของทุกปล่อง
- การจำลองสถานการณ์สมมติตามที่ตกลง เช่น เพิ่มแหล่งกำเนิดใหม่ ลดอัตราการปล่อยที่แหล่งใดแหล่งหนึ่ง หรือเปลี่ยนความสูงปล่อง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
- ไฟล์อินพุตต้นฉบับของแบบจำลอง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบย้อนกลับและรันซ้ำได้เอง
- ไฟล์นำเสนอสรุปผลสำหรับใช้สื่อสารกับผู้บริหาร หน่วยงานกำกับดูแล และชุมชน
ขั้นตอนและระยะเวลา
| ระยะ | กิจกรรม | ระยะเวลาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| 1 · สำรวจและรวบรวมข้อมูล | เข้าพื้นที่ ตรวจสอบผังอาคาร รวบรวมข้อมูลปล่องและผลตรวจวัด จัดหาข้อมูลอุตุนิยมวิทยา | 1–2 สัปดาห์ |
| 2 · คำนวณอัตราการปล่อยและสร้างแบบจำลอง | แปลงผลตรวจวัดเป็นอัตราการปล่อย จำแนกประเภทแหล่งกำเนิด ประมวลผล AERMET AERMAP และ BPIPPRM | 1–2 สัปดาห์ |
| 3 · รันแบบจำลองและวิเคราะห์ผล | รันสถานการณ์หลักและสถานการณ์เปรียบเทียบ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของผล วิเคราะห์ Downwash | 1–2 สัปดาห์ |
| 4 · จัดทำรายงานและนำเสนอ | เขียนรายงาน จัดทำแผนที่ นำเสนอผลและตอบข้อซักถาม | 1–2 สัปดาห์ |
รวมประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ขึ้นกับจำนวนแหล่งกำเนิด จำนวนสถานการณ์ที่ต้องเปรียบเทียบ และความพร้อมของข้อมูลตั้งต้น กรณีเร่งด่วนสามารถแยกส่งมอบผลการคัดกรองเบื้องต้นก่อนได้
สิ่งที่แบบจำลองทำแทนการตรวจวัดจริงไม่ได้
เราระบุเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง เพราะเป็นประเด็นที่ทำให้รายงานถูกตีกลับได้
- กรณีกลิ่น แบบจำลองไม่ใช่วิธีอ้างอิงตามกฎหมาย ข้อ 8 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2568 กำหนดให้การตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นใช้วิธีวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม (Sensory Test) ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศ และเปิดช่องให้ใช้วิธีอื่นได้เฉพาะเมื่อมีประกาศรองรับ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี
- ผลลัพธ์ดีเท่าที่ข้อมูลนำเข้าดี ถ้าอัตราการปล่อยที่ใช้มาจากการประมาณการแทนผลตรวจวัดจริง หรือข้อมูลอุตุนิยมวิทยามาจากพื้นที่อื่น ผลจำลองใช้จัดลำดับความสำคัญได้ แต่ไม่ควรใช้ยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย
- AERMOD มีขอบเขตการใช้งานของตัวเอง เหมาะกับระยะไม่เกินประมาณ 50 กิโลเมตร ภายใต้สมมติฐานสภาวะคงที่ กรณีภูมิประเทศซับซ้อนมาก ระยะไกลกว่านั้น หรือมีลมสงบเป็นเวลานาน ควรพิจารณา CALPUFF ร่วมด้วย ซึ่ง RE-VEAL ให้คำแนะนำและดำเนินการได้เช่นกัน
RE-VEAL จึงออกแบบงานให้แบบจำลองทำหน้าที่วางแผนและจัดลำดับความสำคัญ แล้วยืนยันผลด้วยการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ด้วยวิธีอ้างอิงเสมอ ซึ่งเป็นบริการที่เราให้ครบในที่เดียว
บริการนี้เหมาะกับใคร
- โรงงานที่กำลังจัดทำรายงาน EIA หรือ EHIA หรือรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการ
- โรงงานที่จะขยายกำลังการผลิต ต่อปล่องใหม่ หรือติดตั้งหม้อไอน้ำเพิ่ม และต้องการรู้ผลกระทบก่อนลงทุน
- โรงงานที่มีข้อร้องเรียนเรื่องกลิ่นหรือฝุ่นจากชุมชน และต้องการหลักฐานเชิงวิศวกรรมประกอบการชี้แจง
- โรงงานในบัญชี 24 รายการตามกฎกระทรวงมาตรฐานกลิ่น พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะโรงงานยางที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามา
- ฟาร์มปศุสัตว์และสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องการข้อมูลกลางประกอบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างโรงงานกับชุมชน
เริ่มต้นอย่างไร
ส่งข้อมูลเบื้องต้นมาให้เรา ได้แก่ ประเภทกิจการ จำนวนปล่อง และเหตุผลที่ต้องทำแบบจำลอง ทีมวิศวกรจะประเมินขอบเขตงานและแจ้งกลับว่าต้องใช้ข้อมูลอะไรเพิ่ม พร้อมเสนอราคาและกรอบเวลาให้ภายใน 3 วันทำการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตอนนี้
ปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย · ขอใบเสนอราคา